วัตถุมงคล หลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน ที่จัดสร้างขึ้นนั้น ล้วนแต่ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากมีพุทธคุณครอบจักรวาล โดดเด่นในหลากหลายด้าน ที่เสาะหากันอยู่ขณะนี้ ได้แก่ เหรียญใบเสมา รุ่นเหรียญบิน ปี 2513, เหรียญบาตรน้ำมนต์, พระกริ่งบาเก็ง, สมเด็จยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ เป็นต้น วัตถุมงคลหลวงพ่อทรง มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี บังเกิดแก่บรรดาสาธุชน จนได้รับสมญานามจากคณะศิษยานุศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย” ท่านย้ำอยู่เสมอว่า “วัตถุมงคลทั้งหลายล้วนเข้มแข็งด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ” รวมทั้ง ท่านจะกล่าวสอนอยู่เสมอว่า “การทำจิตใจให้สงบ รู้จักปล่อยวางในสิ่งต่างๆ อย่าไปยึดติดกับสิ่งต่างๆ มากเกินไป หมั่นสวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิระลึกถึงปฏิบัติในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะคำสั่งสอนของท่านเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด หาคำสอนใดมาเปรียบเทียบมิได้เลยทีเดียว และการที่เราเกิดมาพบพระพุทธศาสนาเป็นอะไรที่ประเสริฐที่สุดแล้วในชาตินี้”
หลวงพ่อทรง พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดศาลาดิน (วัดมอญ) ได้รับการยกย่องว่าเป็นเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้า เป็นที่เลื่องลือไปทั่วภาคกลาง แต่การเข้ากราบไหว้ขอพรจากท่าน มิใช่เรื่องยากเย็น ทุกคนมีโอกาสเสมอเหมือนกันหมด ไม่มีผู้ใดกีดกัน ท่านมักจะนำวิชาความรู้ด้านวิทยาคมเป็นกุศโลบายในการอบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชนทั่วไป ให้ยึดหลักธรรมคำสั่งสอนตามแนวทางพระพุทธศาสนา เป็นวิถีสำคัญในการประพฤติปฏิบัติตน ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถ้ามีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลที่ไหน จะต้องเห็นหลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน นั่งปรกปลุกเสกกับพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัย ความเป็นเอกอุด้านไสยเวทวิทยาคมไม่แตกต่างกัน
การมรณภาพของหลวงพ่อทรง ฉันทโสภี อย่างไรก็ดี ด้วยสังขาร คือ อนิจจัง เป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ครั้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ.2550 เวลาประมาณ 21.00 น. หลวงพ่อมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยหอบ หายใจขัด เนื่องจากมีกิจนิมนต์มาก เมื่อลูกศิษย์เห็นว่าอาการไม่ดี จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แพทย์ได้ทำการรักษา แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ในที่สุด เมื่อเวลา 22.50 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ.2550 ท่านได้ละสังขารจากไปอย่างสงบ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ณ โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ หลังจากเข้ารับการรักษาอาการท่อปัสสาวะอักเสบ มาก่อนหน้านี้ หลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน สิริอายุรวม 83 พรรษา 62 ท่ามกลางความเศร้าสลดและความอาลัยเป็นอย่างยิ่งของบรรดาคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป หลวงพ่อทรง ท่านเป็นพระสงฆ์สุปฏิปันโนอย่างแท้จริง แต่ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ ท่านได้ละสังขารตามกฎไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ถือว่าวงการสงฆ์ต้องสูญเสียพระเถระรูปสำคัญ ผู้บำเพ็ญคุณูปการต่อชาวเมืองอ่างทอง ด้วยความอุตสาหวิริยะมาอย่างยาวนาน เหลือทิ้งไว้แต่ผลงานอันทรงคุณค่าที่อุทิศให้แด่พระพุทธศาสนา เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำไว้เบื้องหลัง ทั้งนี้ ทางคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ได้จัดงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม และตั้งศพให้ญาติโยมและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้กราบไหว้ เป็นเวลา 7 วัน ณ วัดศาลาดิน (วัดมอญ) จนกว่าจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพต่อไป
กำหนดการพระราชทานเพลิงศพของพระครูสุภัทรธรรมโสภณ (หลวงพ่อทรง ฉันทโสภี) อดีตเจ้าคณะตำบลม่วงเตี้ย และอดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาดิน (วัดมอญ) จ.อ่างทอง ตรงกับวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2552
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า 1 คอลัมน์ มงคลข่าวสด วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 5988
หลากหลายเรื่องราววัตถุมงคล สุดยอดความเชื่อคนไทย พระเครื่อง ตะกรุด โดยยอดเกจิอาจารย์ทั่วประเทศไทย พิธีพุทธาภิเษกขลัง และข่าวสารงานบุญต่างๆ
วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี
เอ่ยนาม พระครูอุปกิตสารคุณ หรือ "หลวงพ่อเสน่ห์" วัดพันสี ต.ท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ลูกศิษย์ต่างรู้จักกันดีว่า ท่านมีจริยาวัตร นุ่มนวล เหมาะสมกับพุทธบุตร ท่านมีบุคลิกที่เรียบง่าย แต่เชี่ยวชาญทางด้านวิชาอาคมต่างๆ วัตถุมงคลทุกรุ่นกำลังได้รับความนิยมจากนักสะสม พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรุ่นสำคัญ ๆ หลังปี 2525 ต้องมีท่านร่วมปลุกเสกด้วยเสมอ
สมัยก่อนสุดยอดพระเกจิอาจารย์ปลุกเสกเก่งต้องมีชื่อ หลวงพ่อแพ จ.สิงห์บุรี, หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย, หลวงพ่อไวย์ วัดบรมฯ, หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า , หลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำ, หลวงพ่อดี วัดพระรูป และหลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี เป็นต้น
"หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี" ปีนี้ (พ.ศ.2555 ) สิริอายุเข้าวัยชรา 82 ปีแล้ว ท่านบวชตั้งแต่ปี 2496 นับเนื่องถึงปัจจุบัน 59 พรรษา ท่านบวชกับหลวงพ่อชิต วัดยางขาว ที่สืบสายวิชาหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระคู่สวด
นอกจากนั้นยังเป็นศิษย์หลวงปู่สี เขาบุญนาค พระอรหันต์ 7 แผ่นดิน เรียนสายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จากหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว ซึ่งสร้างเหรียญรุ่นแรกก็ดังกระหึ่ม เมื่อปี 2520 เกิดปาฏิหาริย์ควายขวิดไม่เข้า เหรียญนั้นจึงเรียกว่า "เหรียญควายขวิด" ตั้งแต่นั้นมา หลวงพ่อเสน่ห์ท่านเป็นพระใจดีมีเมตตามาก เป็นที่พึ่งของทุกคน
ตอน ที่ "หลวงปู่สี ถ้ำเขาบุญนาค" ยังดำรงขันธ์อยู่ ท่านเคยทำนายไว้ล่วงหน้าว่า อาจารย์เสน่ห์บารมีมาก จะดังตอนแก่ ยิ่งนานวันแสงแห่งศรัทธา ความชัดเจนแจ่มใสในพุทธาคมที่แก่กล้า สั่งสมมานาน ปรากฏชัดเจนในหลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี แห่งเมืองอุทัยธานีแล้ว
วัตถุมงคลของหลวงพ่อเสน่ห์มีประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดเล่าขานกันปากต่อปาก เมื่อ ส.อ.เกรียงศักดิ์ สร้อยระย้าแก้ว ค่ายจิรประวัติ ปฏิบัติหน้าที่ชุดคุ้มครองครู โดนวางระเบิดทั้งรถ มีทหาร 7 นาย แรงระเบิดทำให้มีสะเก็ดติดตามตัว เสื้อผ้าขาด แต่ทั้ง 7 นายรอดได้อย่างปาฏิหาริย์ ทั้ง 7 มีตะกรุด และยันต์หมวก ที่หลวงพ่อเสน่ห์ แห่งวัดพันสี ลงให้ทั้งสิ้น
อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อ ส.อบต.ท่าโพธิ์ เกิดอุบัติเหตุรถชนพังยับ ส.อบต.คลานออกมาจากรถ ไม่เป็นอะไรเลย รถพังขนาดชาวบ้านนึกว่าผี หรือวิญญาณ ลอยออกมาได้ ในตัวพกตะกรุดของหลวงพ่อเสน่ห์ดอกเดียวเท่านั้น
ล่าสุดหลวงพ่อเสน่ห์ได้อนุญาตให้คณะศิษย์ได้จัดสร้าง "เหรียญเสน่ห์ดี มีสตางค์" และวัตถุมงคลอื่น ๆ ขึ้นเพื่อฉลองตำแหน่งเจ้าคณะตำบลชั้นเอก และฉลองอายุ หลวงพ่อครบ 82 ปี โดยทำพิธีอธิฐานจิตปลุกเสกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 โดยวัตถุมงคลทั้งหมด มีพุทธคุณสูง สมดั่งคำพยากรณ์ ของหลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาคที่ว่า “ท่านเสน่ห์ มีบารมีมาก จะดังตอนแก่”
![]() |
| หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี |
สมัยก่อนสุดยอดพระเกจิอาจารย์ปลุกเสกเก่งต้องมีชื่อ หลวงพ่อแพ จ.สิงห์บุรี, หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย, หลวงพ่อไวย์ วัดบรมฯ, หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า , หลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำ, หลวงพ่อดี วัดพระรูป และหลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี เป็นต้น
"หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี" ปีนี้ (พ.ศ.2555 ) สิริอายุเข้าวัยชรา 82 ปีแล้ว ท่านบวชตั้งแต่ปี 2496 นับเนื่องถึงปัจจุบัน 59 พรรษา ท่านบวชกับหลวงพ่อชิต วัดยางขาว ที่สืบสายวิชาหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระคู่สวด
นอกจากนั้นยังเป็นศิษย์หลวงปู่สี เขาบุญนาค พระอรหันต์ 7 แผ่นดิน เรียนสายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จากหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว ซึ่งสร้างเหรียญรุ่นแรกก็ดังกระหึ่ม เมื่อปี 2520 เกิดปาฏิหาริย์ควายขวิดไม่เข้า เหรียญนั้นจึงเรียกว่า "เหรียญควายขวิด" ตั้งแต่นั้นมา หลวงพ่อเสน่ห์ท่านเป็นพระใจดีมีเมตตามาก เป็นที่พึ่งของทุกคน
ตอน ที่ "หลวงปู่สี ถ้ำเขาบุญนาค" ยังดำรงขันธ์อยู่ ท่านเคยทำนายไว้ล่วงหน้าว่า อาจารย์เสน่ห์บารมีมาก จะดังตอนแก่ ยิ่งนานวันแสงแห่งศรัทธา ความชัดเจนแจ่มใสในพุทธาคมที่แก่กล้า สั่งสมมานาน ปรากฏชัดเจนในหลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี แห่งเมืองอุทัยธานีแล้ว
วัตถุมงคลของหลวงพ่อเสน่ห์มีประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดเล่าขานกันปากต่อปาก เมื่อ ส.อ.เกรียงศักดิ์ สร้อยระย้าแก้ว ค่ายจิรประวัติ ปฏิบัติหน้าที่ชุดคุ้มครองครู โดนวางระเบิดทั้งรถ มีทหาร 7 นาย แรงระเบิดทำให้มีสะเก็ดติดตามตัว เสื้อผ้าขาด แต่ทั้ง 7 นายรอดได้อย่างปาฏิหาริย์ ทั้ง 7 มีตะกรุด และยันต์หมวก ที่หลวงพ่อเสน่ห์ แห่งวัดพันสี ลงให้ทั้งสิ้น
อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อ ส.อบต.ท่าโพธิ์ เกิดอุบัติเหตุรถชนพังยับ ส.อบต.คลานออกมาจากรถ ไม่เป็นอะไรเลย รถพังขนาดชาวบ้านนึกว่าผี หรือวิญญาณ ลอยออกมาได้ ในตัวพกตะกรุดของหลวงพ่อเสน่ห์ดอกเดียวเท่านั้น
ล่าสุดหลวงพ่อเสน่ห์ได้อนุญาตให้คณะศิษย์ได้จัดสร้าง "เหรียญเสน่ห์ดี มีสตางค์" และวัตถุมงคลอื่น ๆ ขึ้นเพื่อฉลองตำแหน่งเจ้าคณะตำบลชั้นเอก และฉลองอายุ หลวงพ่อครบ 82 ปี โดยทำพิธีอธิฐานจิตปลุกเสกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 โดยวัตถุมงคลทั้งหมด มีพุทธคุณสูง สมดั่งคำพยากรณ์ ของหลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาคที่ว่า “ท่านเสน่ห์ มีบารมีมาก จะดังตอนแก่”
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
เศรษฐีนวโกฏิ หลวงปู่ผล วัดอินทาราม
พระเถราจารย์แห่งเมืองกรุงเก่า นาม หลวงปู่ผล อินฺทกุสโร วัดอินทาราม สุดยอด พุทธาคม ด้านเมตตา มหาลาภ ทำมาค้าคล่อง เสริมสิริ มงคล หลวงปู่ผลเป็นศิษย์หลวงพ่อคง วัดอินทาราม พระอภิญญาจารย์ผู้ เสกตะกร้อเข้าขวดนํ้า ซึ่งแม้แต่หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ยังยกย่องทั้งยัง เรียนวิชาเมตตามหานิยม การครอบเศียรพระ เศียรครูจากหลวงปู่เกลี้ยง วัด ตะกู เจ้าตำรับวิชาสาลิกา กอไผ่แตก เรื่องเมตตาค้าขาย และมหาโภคทรัพย์ จึงแรงไม่เป็นรองใคร
หลวงปู่ผล เมตตาจัดสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ ปางเสกบาตร รุ่นแรกขึ้น ในราชาฤกษ์ และธนฤกษ์ โดยอัญเชิญบารมีของมหาเศรษฐีทั้ง 9 ท่าน ในสมัย พุทธกาล มาสถิตในองค์พระ (มหาเศรษฐีแต่ละท่านผูกแทนหนึ่งหน้าพระพุทธรวม 9 ท่าน 9 หน้าพระพุทธ เป็นเคล็ดว่าบูชา พระเก้าหน้า ย่อมจะก้าวหน้า เจริญต่อไป ไม่หยุดยั้ง) พระมหาเศรษฐีนวโกฏิ ปางเสก บาตร เรียกทรัพย์ บูชาที่บ้าน ที่บริษัท รวยทั้ง บ้าน รวยทั้งบริษัท รวยใหญ่ แก้เคล็ดแก้ดวง ชง เกิดประสบการณ์กันมาก เป็นที่ต้องการ ดังไปไกลถึงต่างประเทศ ในเรื่องเมตตา ค้าขายดีจนเป็นที่กล่าวขานหลายคนบูชาไม่ นาน มีหน้าที่การงานดี ชีวิตดีขึ้น ค้าขายดี มีเงินทองเหลือกินเหลือเก็บมากมาย
พระมหาเศรษฐีนวโกฏิปางเสกบาตร จึงเป็นพระที่ทรงคุณค่า และศักดิ์สิทธิ์มาก มีพุทธคุณหนนุ นำ การค้าขาย กิจการก้าวหน้าไม่อดไม่อยาก ไม่ยากไม่จน เหนือคน โภคทรัพย์เพิ่มพูนเหมาะ ที่จะตั้งบูชาประจำบ้าน บริษัท หรือบ้านเรือน เพื่อความงอกงามไพบูลย์ของ กิจการ
พระเศรษฐีนวโกฏิปางเสกบาตร หลวงปู่ผล นี้ชาวบ้านเรียกว่า่ พระเก้าหน้า้ มีติดตัว บูชาแล้ว จะเจริญก้าวหน้าสมดังชื่อพระเป็นเอกด้านโภคทรัพย์ ความอุดม สมบูรณ์ทำมาหากินขึ้นรํ่ารวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เสมอกับมหาเศรษฐี ทั้ง 9 ท่าน ผู้อุปถัมภ์พระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาลคือ
หลวงปู่ผล เมตตาจัดสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ ปางเสกบาตร รุ่นแรกขึ้น ในราชาฤกษ์ และธนฤกษ์ โดยอัญเชิญบารมีของมหาเศรษฐีทั้ง 9 ท่าน ในสมัย พุทธกาล มาสถิตในองค์พระ (มหาเศรษฐีแต่ละท่านผูกแทนหนึ่งหน้าพระพุทธรวม 9 ท่าน 9 หน้าพระพุทธ เป็นเคล็ดว่าบูชา พระเก้าหน้า ย่อมจะก้าวหน้า เจริญต่อไป ไม่หยุดยั้ง) พระมหาเศรษฐีนวโกฏิ ปางเสก บาตร เรียกทรัพย์ บูชาที่บ้าน ที่บริษัท รวยทั้ง บ้าน รวยทั้งบริษัท รวยใหญ่ แก้เคล็ดแก้ดวง ชง เกิดประสบการณ์กันมาก เป็นที่ต้องการ ดังไปไกลถึงต่างประเทศ ในเรื่องเมตตา ค้าขายดีจนเป็นที่กล่าวขานหลายคนบูชาไม่ นาน มีหน้าที่การงานดี ชีวิตดีขึ้น ค้าขายดี มีเงินทองเหลือกินเหลือเก็บมากมาย
![]() |
| เศรษฐีนวโกฏิ เนื้อสัมฤทธิ์ ชุบเงิน หลวงปู่ผล วันอินทาราม |
พระมหาเศรษฐีนวโกฏิปางเสกบาตร จึงเป็นพระที่ทรงคุณค่า และศักดิ์สิทธิ์มาก มีพุทธคุณหนนุ นำ การค้าขาย กิจการก้าวหน้าไม่อดไม่อยาก ไม่ยากไม่จน เหนือคน โภคทรัพย์เพิ่มพูนเหมาะ ที่จะตั้งบูชาประจำบ้าน บริษัท หรือบ้านเรือน เพื่อความงอกงามไพบูลย์ของ กิจการ
พระเศรษฐีนวโกฏิปางเสกบาตร หลวงปู่ผล นี้ชาวบ้านเรียกว่า่ พระเก้าหน้า้ มีติดตัว บูชาแล้ว จะเจริญก้าวหน้าสมดังชื่อพระเป็นเอกด้านโภคทรัพย์ ความอุดม สมบูรณ์ทำมาหากินขึ้นรํ่ารวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เสมอกับมหาเศรษฐี ทั้ง 9 ท่าน ผู้อุปถัมภ์พระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาลคือ
- ท่านธนัญชัยเศรษฐี มีบุญมาก แม้เอาตุ่มเปล่าไปตั้งไว้หน้าคฤหาสน์ เทวดายังใส่แก้วแหวน เงินทอง จนเต็มตุ่ม
- ท่านยัสสะเศรษฐี มีเงินทองมากมาย และมียศสูง ได้เป็นขุนคลังของพระมหาจักรพรรดิถึง 3 พระองค์ และได้เคยอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าถึง 3 พระองค์ด้วยกัน ท่า่นสุมังคะเศรษฐี เมื่อกำเนิดมี ขุมทอง ขุมเพชร ขุมทรัพย์สินมีค่า เกิดขึ้นตามมาด้วยในอดีตชาติที่เกิดมาไม่เคยได้ยินคำว่า “ไม่มี” เลย
- ท่านชะฎิสัสสะเศรษฐี แม้นำทรัพย์ไปบริจาคทานนานถึง 3 ปีเต็ม ทรัพย์ไม่พร่องเลย เพราะเทวดามาช่วยให้ทรัพย์เพิ่มพูนตลอดเวลา
- ท่านอนาถะปิณฑิกะเศรษฐี นอกจากมีเงินทองมากมายแล้วยังพระอริยบุคคลหลุดพ้นจากบ่วงกิเลศอีกด้วย เรียกว่าเศรษฐีใจบุญ
- ท่านเมณทะกะเศรษฐี ผู้ตั้งโรงทานไว้ 8 ทิศ เลี้ยงดูผู้คนนับแสนๆคน
- ท่านโชติกะเศรษฐี ทรัพย์สินมีมากมาย มีแก้วไพฑูรย์วิเศษ บันดลเงินทองให้เพิ่มพูนอยู่เสมอ
- ท่านสุมะนะเศรษฐี ครั้งหนึ่งโจรมาขโมยแก้วแหวนเงินของ
- ท่านทรัพย์ที่โจรแบกไปกลับเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ จนโจรแบกไม่ไหว ทรัพย์ทับตาย ณ กลางป่า
- ท่านวิสาขะมหาอุบาสิกา เป็นมหาเศรษฐีผู้มีทรัพย์มาก ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า และพระสาวก บั้นปลายชีวิตได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

