วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ครูบาออ ปณฺฑิโต สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ครูบาออ ปัณฑิโต สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ครูบา ผู้เฒ่าขมังเวทย์ เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ อายุ 92 ปี ปลีกตัว เร้นกาย อยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว

- ครูบาออ รูปนี้ แม้วัยชรา ก็มีวิชาดี มีบารมีมาก ท่านแบกกลด ธุดงค์จากฝั่งไทยใหญ่ พม่า มาดอยจอมแวะ เพียงรูปเดียว ค่ำไหนนอนนั่น ถ้ำลึกลับ ป่าช้ารก เป็นที่อาศัย ผจญภูตผีปีศาจ เจ้าป่าเจ้าเขา ผ่านมาได้หมด

- เจ้าฟ้าแสงเชียง เจ้าแผ่นดินรัฐฉาน ไทยใหญ่ เป็นผู้สักสังวาลเพชร บนศีรษะท่านเมื่ออายุ 20 ปี เพราะโปรดที่ครูบาออ ตอนนั้นเป็นทหารกล้า นำพากองทัพไทยใหญ่รบชนะข้าศึกโดยไม่เสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว

- ตอนบวช เจ้าปิ่นยา สังฆราชไทยใหญ่ บวชให้ เมื่อบวชแล้วท่านศึกษาอักขระ ตำราเลขยันต์ฉบับหอคำหลวง เจนจบพุทธาคม จนได้รับการวางตัว เป็นพระมหาเถระองค์ต่อไป

- ท่านขมังเวทย์ เรืองวิชาตั้งแต่เป็นเณร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านถูกเกณฑ์เป็นทหารไทยใหญ่ รบกับพม่า กองร้อยของท่านทั้งกองร้อย รบไม่เคยแพ้ ไม่ตาย ไม่เจ็บ เพราะก่อนรบ ท่านทำน้ำมนต์ทั้ง สักกระหม่อมให้เพื่อนทหารสู้กับศัตรู ปรากฏว่า ปืนทหารพม่ายิงมาไม่ออกบ้าง ออกแต่ไม่ถูกบ้าง ลูกระเบิดตกใกล้ ๆ ไม่ระเบิดบ้าง แม้ตอนนี้ เจ้ายอดศึก ผู้นำไทยใหญ่ ก็เคารพนับถือท่านอย่างที่สุด

- เรื่องเล่าจากศิษย์กรุงเทพ ฯ ขึ้นดอยไปกราบครูบาออท่าน ขณะคุยอยู่เห็นเมฆฝนตั้งเค้าดำทมึน ก็จะรีบลาท่านกลับ เพราะขืนช้า ฝนตกหนัก ดินลื่น น้ำหลาก จะลงดอยไม่ได้ ท่านห้ามไม่ให้กลับ แล้วก็คว้าผ้าเช็ดปากเดินไปที่ลานดิน ท่านเอาผ้าเช็ดปาก โบกอากาศไปมาอยู่ 3-4 ครั้ง ปากก็ว่าคาถาขมุบขมิบ แล้วก็เดินกลับ !! อัศจรรย์!! เมฆฝนดำทมืน ค่อย ๆ จางหายไป กลับมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านเมฆมาแทน ปรากฏว่า ดอยจอมแวะ ทั้งดอยฝนไม่ตก แต่ตกรอบอำเภอเชียงดาวแทน แบบไม่ลืมหูลืมตา

- เรื่องเล่าจากศิษย์เชียงใหม่ นักธุรกิจน้ำดื่ม ไม่เคยรู้จักท่านมาก่อนเลย ตอนกลางคืนหลับฝันว่าได้ขึ้นไปกราบพระชรา บนดอยสูง พระรูปนี้ ในฝันจำได้แม่น เพราะท่านสักยันต์รูปสี่เหลี่ยมสีทองไว้รอบศรีษะ ตื่นขึ้นมาก็เล่าความฝันให้ลูกน้องฟัง บังเอิญลูกน้องเป็นคนเชียงดาว ก็นึกถึงครูบาออ ว่าลักษณะตรงกับในฝัน เลยพากันขึ้นดอย ไปกราบท่าน เมื่อพบหน้าก็ต้องตะลึง ขนลุกทั้งตัว เพราะครูบาออ คือพระชราที่ตนฝันถึง เพราะจำใบหน้าเหี่ยวย่นได้ ที่สำคัญจำรอยสักยันต์สี่เหลี่ยมรอบศรีษะท่านได้แม่นยำ

- เรื่องเล่าจากหลานท่านเอง หลานท่านปลูกบ้านอยู่เชิงดอย สองวันบ้าง สามวันบ้าง จะขึ้นไปกราบท่านนำน้ำบ้าง อาหารแห้งบ้าง ไปถวาย มีช่วงหนึ่ง งานมาก เลยไม่ได้ขึ้นไปหาท่าน ตอนเช้าจะออกไปรับจ้าง พอเปิดประตูบ้าน ก็เห็นครูบาออ ในมือถือกาน้ำ ออกเดินนำหน้าอยู่ ก็นึกแปลกใจว่า ท่านลงจากดอยมาได้ยังไงกัน ทางก็ไกล ทั้งลาดชัน ขึ้นลงลำบาก สักครู่ ร่างท่านก็หายไป ก็เลยตัดสินใจไม่ไปรับจ้าง แต่นำน้ำดื่มขึ้นไปหาท่านแทน พอเจอหน้ากัน ท่านก็ทักเป็นภาษาไทยใหญ่ว่า “หายไปนาน น้ำดื่มหมดแล้ว กลัวว่าเดี๋ยวจะออกจากบ้านไปก่อน ก็เลยรีบมาเตือนให้นำน้ำดื่มขึ้นมาให้ด้วย” !?!

- เรื่องเล่าจากหลวงพี่นิ่ม พระสงฆ์รูปหนึ่ง ชอบฝากตนเป็นศิษย์หลวงปู่ หลวงพ่อต่าง ๆ และศึกษาทางจิตศาสตร์ สักยันต์ลงของได้ มีวิชาอาคมพอสมควร ได้ขึ้นไปกราบครูบาออ ขอเรียนวิชาด้วย ความที่อยู่บนดอยสูงภาคเหนือจึงฉันภัตตาหารแบบตามมีตามเกิด คือข้าวนึ่ง น้ำพริก ผักจิ้ม ยืนพื้น ครั้นอยู่นานเป็นสัปดาห์ก็เบื่ออาหารฉันได้น้อยลง ครูบาออ ท่านคงรู้อาการ เย็นวันหนึ่ง เห็นท่านเอากระป๋องพลาสติกเปล่า ๆ ไปแขวนไว้บนต้นไม้ พอตอนเช้ามาท่านบอกให้ไปดูที่กระป๋อง ก็เจอคราบน้ำ และพบปลาช่อนตัวเขื่องอยู่ในนั้น 1ตัว มีน้ำพอท่วมหลังปลา พอดีกับศิษย์ท่านขึ้นมากราบท่าน จึงนำปลาช่อนทำอาหารถวายพระพระนิ่มเล่าว่า วันนั้นฉันอาหารได้มากเป็นพิเศษ ที่อร่อยคือ เนื้อปลาช่อนที่ครูบาออ ดักด้วยกระป๋องเปล่าบนต้นไม้กลางดอยสูง น่าแปลก ปลาช่อนนา ขึ้นไปอยู่ในกระป๋องที่แขวนไว้บนต้นไม้ กลางดอยสูงได้อย่างไร

- เรื่องเล่าจากผู้เขียนเอง ตัวผู้เขียน จะบุกป่าขึ้นดอยไปกราบท่านครั้งแรก เพราะได้ยินเพื่อนบอกเล่าถึงความเก่งกล้าของท่านมานานแล้ว คืนก่อนวันขึ้นดอยได้อธิฐานกับท่านว่า หากท่านมีญาณวิถีรู้วาระจิตคน และจะได้มากราบเป็นศิษย์ท่านแล้ว ขอให้เอ่ยปากขอเกศาจากท่าน แล้วท่านมอบให้โดยดี เรื่องนี้ผู้เขียนอธิฐานในใจคนเดียว รู้เพียงคนเดียว พอวันรุ่งขึ้นนั่งรถขึ้นดอยจอมแวะกับเพื่อน ๆก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เราไปถึงดอยประมาณเกือบบ่ายโมง พอผู้เขียนกราบท่าน ท่านจ้องหน้าผู้เขียนอยู่นาน แล้วท่านเดินหายเข้าไปห้องข้างใน กลับมาพร้อมกับถุงพลาสติก แล้วท่านก็ยื่นถุงนั้นให้ผู้เขียน พูดเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลได้ว่า “ เตรียมไว้ให้แล้ว ” พอผู้เขียนเปิดถุงดู กลายเป็นเส้นเกศาของท่านเต็มไปหมด ผู้เขียนถึงกับขนลุกซู่ !!นี่ท่านล่วงรู้ใจของผู้เขียนได้อย่างไร ?? หรือท่านจะทรงอภิญญาญาณจริงดั่งคำเขาเล่าลือกัน สอบถามหลานท่านได้ความว่า ตอนเช้ามืด ท่านเรียกหาให้หลานท่านโกนผมให้หน่อย บอกเพียงว่า “มีคนจะขอ ต้องเตรียมไว้ให้เขา เขาจะมาช่วยสร้างถนนขึ้นพระธาตุ”



เนื่องจากสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะที่ครูบาออ อยู่จำพรรษานั้น เป็นดอยสูง ไม่มีถนน ทั้งทางขึ้นดอยก็ลาดชัน รถยนต์ ไม่สามารถขึ้นไปได้ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งไฟฟ้า และน้ำประปาก็ไม่มี อาศัยเพียงน้ำฝน และแผงเซลล์รับแสงอาทิตย์ ศิษย์จะขึ้นไปกราบท่านต้องนำน้ำดื่มไปถวายเป็นขวดๆ ทั้งสำนักสงฆ์ก็ยังขาดเสนาสนะอีกมาก จึงกราบเรียนเชิญนักนิยมพระเครื่องดี เกจิดัง วัตถุมงคลขลัง ร่วมทำบุญสร้างทางขึ้นดอย กับหลวงปู่ครูบาออ ปณฑิโต วัดพระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

อานิสงค์ สร้างทางขึ้นดอยสู่องค์พระธาตุ เหมือนสร้างทางขึ้นสวรรค์ สร้างวิมาน สร้างบารมีใหญ่ เดินทางปลอดภัย ขึ้นเหนือได้โชค ลงใต้ได้ลาภ เป็นมหาเศรษฐีในเร็ววัน เป็นใหญ่เหนือคน ไม่จน ไม่เจ็บ ตายไปเกิดบนสวรรค์ชั้นฟ้า ลงมาเป็นมนุษย์ จะถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ มหาศาล มีอานิสงค์เหลือคณานัป ท่านร่วมบุญสร้างทาง ครูบาออ มีวัตถุมงคลมอบให้เป็นที่ระลึก ซื้อไม่ขาย ขอให้ทำบุญ ร่วมทำบุญได้ที่ www.AmuletAt7.com/ครูบาออ

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หลวงพ่อจอน วฑฺฒจิตฺโต วัดบุญฤทธิ์

หลวงพ่อจอนท่านเชี่ยวชาญเรื่องวิชาเทพราหู ในดินแดนถิ่นอิสานเมืองหมอแคนไม่มีใครเปรียบได้ ท่านได้เรียนมาจากขอมลาวบรมครู ใช้แก้ดวงลูกศิษย์มาถึงหกสิบปีซึ่งบ่งบอกและพิสูจน์ได้ว่าท่านเก่งจริง ท่านดังมาได้เพราะท่านสำเร็จวิชาเทพราหูที่ดั้นด้นไปเรียนวิชาดั้งเดิมถึงเมืองเวียงจันทร์ประเทศลาว เมื่อสืบค้นเทียบเคียงตำราแล้วเป็นตำราเดียวกันกับที่โยมพ่อหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง สอนให้หลวงพ่อน้อยไม่มีผิดเพี้ยน นั่นหมายความว่าท่านได้เรียนมาจากต้นวงศ์สายบรมครูเดิมของวิชานี้เลย จึงไม่แปลกใจว่าบรรดาพ่อค้าประชาชน ข้าราชการ ทหาร−ตำรวจ นักการเมือง มุ่งหน้าเข้าวัดบุญฤทธิ์ให้ท่านทำวิชาราหูให้ ราหูที่ท่านสร้างแต่ละรุ่น หายากและมีราคาค่านิยมสูงมาก ท่านได้ธุดงค์ไปเรียนวิชาจากหลายสำนักอาทิ สายสมเด็จลุน ประเทศลาว,หลวงพ่อตะเบง ประเทศพม่า, หลวงพ่อจันภูมิ พระเกจิชาวเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา, หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน, พ่อครูหลวงปู่ใหญ่, ปู่ฤาษีตาไฟ, ท่านพ่อปู่มิ่งตาทิพย์ เมืองเสียมราช ประเทศเขมร สายบรมครูปู่เทพโลกอุดร พระกายสิทธิ์ที่อุดมไปด้วยอิทธิฤทธิ์ ซึ่งยากที่จะหาใครที่อดทนบำเพ็ญเพียรร่ำเรียนจนสำเร็จ

หลวงพ่อจอนท่านเคยเดินธุดงค์เข้าไปในป่าห้วยขาแข้งซึ่งเป็นป่าที่ห้ามคนนอกเข้าไปโดยเด็ดขาดในสมัยนั้น หลวงพ่อจอนท่านเล่าว่า มีแต่สัตว์ดุร้ายทั้งนั้น มีทั้งเสือ สิงโต หมี เดินกันเหมือนในสวนสัตว์ แต่ก็ไม่ทำอะไรท่านมีเพียงแต่มองผ่านไป ครั้นถึงเวลามืดก็จะปักกรดท่านก็เลือกที่มีบริเวณแอ่งน้ำ แต่หารู้ไม่นั่นเป็นแหล่งรวมสัตว์ต่างๆ จะลงมากินน้ำในเวลากลางคืน ท่านบอกว่าพวกสัตว์จะเดินรอบกรดท่านตลอดแต่ก็ไม่ทำอะไร เมื่อตกดึกบรรดาพวกสัตว์ต่างๆ ก็พากันแยกย้ายกันออกไป ท่านจึงเจริญกรรมฐานนั่งสมาธิ เห็นดวงวิญญาณที่เร่ร่อนอยู่มากมาย บางตนก็มาขอท่านก็กรวดน้ำให้แล้วก็ไป บางตนมาแบบนักเลง เขย่ากรดจนสั่นไหว แต่ท่านก็นิ่งจนเห็นว่าไม่ยอมรับส่วนบุญแน่แล้ว ท่านจึงเด็ดต้นหญ้าแล้วบริกรรมคาถาเทพราหูบันดาลฤทธิ์ เสร็จแล้วก็ปล่อยให้ออกไปจากกรด ท่านบอกว่าวิญญาณพวกนั้นหายไปแบบไม่เหลือเลย ท่านจึงมั่นใจว่าวิชาที่เล่าเรียนมาใช้ได้ผล ในสมัยก่อนแถบผืนป่าดงพญาเย็นเป็นอะไรที่ไม่มีใครอยากมา ซึ่งเป็นป่าดงดิบอันตรายจากสัตว์ร้ายนาๆ ชนิด อากาศเย็นมาก ผีสางนางไม้ดุ ผีปอบนี่เป็นที่หนึ่งเลยในสมัยนั้น แต่ก็ใช้คาถาเทพราหูบันดาลฤทธิ์สงเคราะห์ทุกคนจนมาถึงทุกวันนี้



เทพราหู หลวงพ่อจอน แก้ดวงชง ปี ๕๖ สำหรับในปี พ.ศ.๒๕๕๖ ที่จะมาถึงนี้ซึ่งตรงกับปีมะเส็ง (งูเล็ก) ตามหลักศาสตร์จีนโบราณหรือโหราศาสตร์ไทยก็ดี ดวงที่ชงกับปีมะเส็งได้แก่ ผู้ที่เกิดปีกุน ปีมะเส็ง ปีขาล ปีวอก ถือว่าเป็นที่ไม่ดีใน พ.ศ.๒๕๕๖ ถ้าปีไหนเป็นปีที่ดวงชงถือว่าไม่เป็นมงคลกับชีวิต อาจจะเจ็บไข้ได้ป่วย การงานไม่ราบรื่น ธุรกิจขาดทุนเสียหาย ทะเลาะกับคนรอบข้าง ความรักแตกหักกลางคัน หรือมีเหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้นอาจถึงชีวิตก็เคยมีมา ตามตำราศาสตร์จีนโบราณให้ไปไหว้ องค์ไท่ส่วย แล้วจะดีเอง ในโหราศาสตร์ไทยให้บูชาองค์เทพราหู เพื่อเป็นการคุ้มดวงให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึงทรัพย์สินเงินทองที่แสวงหาอยู่หรือมีอยู่แล้ว ซึ่งตามพุทธสุภาษิตว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ หรือจะแก้ด้วยวิธีเครื่องเซ่นของดำแปดอย่างสิบสองอย่าง หรือทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ตามความเชื่อในแต่ละประเพณี เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ แม้ไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่ หนึ่งชีวิตมีค่ามหาศาล กันไว้ดีกว่าแก้ ขืนปล่อยให้แย่ อาจจะไม่มีโอกาสแก้ก็ได้ เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของทุกท่าน

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หลวงพ่อชู วัดทัพชุมพล นครสวรรค์

หลวงพ่อชู เตชธัมโม วัดทัพชุมพล อ.เมือง นครสวรรค์ พระขลัง เสกของแรง ประสบการณ์สูง เหรียญนารายณ์ปราบจักรวาล รุ่นแรก ดังกระหึ่มในวงการพระเครื่องขณะนี้ ตำรวจสายปราบปราม หากันให้ควัก ก็ มีด ปืน ไม้คมแฝกไม่ได้กินเลือด และอีกหลายร้อยประสบการณ์จริง ..ยืนยันหนักแน่น จะไม่ให้หลวงพ่อเสกพระเก่ง เสกพระขลังได้อย่างไร ก็ท่านเรียนมาจากครูผู้เรืองเวทย์ชั้นสูง ถึง 12 สาย ดังนี้
  1. สายหลวงพ่อทอง วัดราชโยธา เรียนจาก พ่อเขียน ไกรทองสุข 
  2. สายหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง เรียนจาก พระสมุห์ชาลี วัดวังยาว ปราณบุรี 
  3. สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เรียนจาก ครูทัน รุจิเรส (ตำรา อ.ประสงค์ ลงทองทั้งตัว กระโหลกทอง) 
  4. เรียนจาก อาจารย์ใบ ทับทอง สายวัดสมรโกฎิ 
  5. เรียนจาก อาจารย์ประยูร จิตโสภี สายอาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง 
  6. เรียนจาก อาจารย์ชุม ไชยคีรี สายเขาอ้อ 
  7. เรียนจาก อาจารย์หมอริ ภู่โพธิ์ สายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์
  8. เรียนจาก อาจารย์ฐาปนา บุญป่อง สายวัดสามวิหาร อยุธยา 
  9. เรียนจาก หลวงปู่รอด วัดสันติกาวาส พิษณุโลก 
  10. เรียนจากครูหมุด ผ่องศรี สายราชสำนักกำพูชา 
  11. เรียนสักยันต์จาก หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จันทบุรี 
  12. เรียนจากหลวงพ่อเคน วัดห้วยเจียว พิษณุโลก
นี่แค่เพียงครูอาจารย์ที่มีชีวิต สืบค้นได้ ยังเพียงนี้ ส่วนครูเทพ ครูพรหม ครูยม ครูยักษ์ ครูพระฤาษี นั้น ท่านเรียนมาโชกโชนกว่านี้มาก ถึงได้กล้ารับประกันว่า พระเครื่องของท่าน เป็นประเภท ของจริง ลองได้ พลังสูง ประสบการณ์เพียบ (ใช้ของใครไม่ได้ผล อย่าท้อ ลองของขลังหลวงพ่อชูดู จะรู้ว่า ..นี่ของจริง...)

เจ้าตำหรับ เสก สัก สับ จับ ดิ้น อยากได้ของดี อยากมีของแรง ห้ามพลาด !!!

สัก คือหลวงพ่อชู เป็นพระอาจารย์สักยันต์มาก่อน ศิษย์สักยันต์ของท่าน ตั้งแต่รุ่นแรก ยันรุ่นนมแตกพาน หนังเหนียวยังกลองเพล แมงวันไม่ได้ตอมเลือด หนักหนาสาหัส ก็แค่เลือดซึมเป็นยางบอน

สับ คือ สักยันต์เสร็จ ต้องสับ ฟันด้วยมีดดาบคมกริบ ลองเสียให้รู้ว่าขลัง พอจะคุ้มตัวศิษย์ได้ไหม ถ้าไม่ดี ฟันเข้า ยิงออก ก็จะเผาตำราทิ้ง รื้อหิ้งบูชาเก็บ /สับมาเป็นพัน ฟันมาเป็นร้อย ไม่เข้า ไม่ระคายผิว จะว่ามีดไม่คมก็ไม่ใช่ เพราะฟันด้วยสปาต้า และมีดดาบซามูไร (เดี๋ยวนี้ไม่ลองแล้ว เพราะวิชาหลวงพ่อเหนือขั้นนั้นไปแล้ว)

จับ ดิ้น คือ ใครมีของ มีองค์ มาอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อชู เป็นแสดงตัวหมด ปิดบังอำพรางไม่ได้ บางคนรำป้อ บางคนเป็นคนแก่ ต้องก้มกราบท่าน บางคนเป็นร่างทรงฤาษีมีฤทธิ์มาก เห็นหน้าหลวงพ่อชู หัวเราะเป็นคนแก่ ร้องถาม “จำได้ไหม นี่เพื่อนกัน” คุยกันสนุก บางคนโดนของต่ำ คุณคน คุณไสย ใส่มานานแสนนาน หาหมอแก้หลายหมอ หมดหมอ หมดเงินไปมาก ก็แก้ไม่หาย มาอยู่ต่อหน้าหลวงพ่อชู ถ้าเป็นผู้ชาย ท่านจะจับมือ ถ้าเป็นผู้หญิง ท่านจะจับเครื่องใช้ ไม้สอย เช่นกระเป๋าถือ คนไข้จะดิ้น ของจะเสื่อมทันที บางคนโดนน้ำมันพรายผี นั่งอยู่ดี ๆ น้ำมันผุดจากปลายมือ ออกเฉยเลย

เสก คือ หลวงพ่อชู เสกพระเก่ง เสกของเป็น พระเครื่องของท่านมีจิต มีวิญญาณ (โบราณว่าอักขระเต็นได้ มีหัวใจ มีธาตุ มีขันธ์ )ขอได้ บนได้ มีพลังทิพย์ พลังเทพ สำผัสได้ บูชาเรื่อย ๆ กลับมีพุทธคุณเพิ่มมากขึ้น ใครจับพลังได้ ลองดู ใครสำผัสเทพได้ ลองดู ใครอยากได้ของจริง ของแท้ แน่ต่อการพิสูจน์ ลองดู ...

ฤาษีครูเพชรฉลูกรรณ์ (ปางเสมอเถร) ขนาดบูชา รุ่นแรก รุ่นไหว้ครู 55