วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2532 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระองค์ได้ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2469 ขณะชันษาได้ 14 ปี ภายหลังบรรพชาแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดเทวสังฆาราม 1 พรรษา จากนั้นได้มาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม กระทั่งชันษาครบอุปสมบท จึงได้เดินทางกลับไปอุปสมบทที่วัดเทวสังฆารามเมื่อพ.ศ. 2476 ภายหลังจึงได้เดินทางเข้ามาจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงศึกษาพระธรรมวินัยต่อไป และที่วัดบวรนิเวศวิหารนี่เอง พระองค์ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุติกนิกาย โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์เป็นพระอุปัชฌาย์ ด้านการศึกษา ทรงสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในปีพ.ศ. 2484

สังฆราช แปลว่า ราชาของสงฆ์ ราชาของหมู่คณะ หมายถึง พระมหาเถระผู้เป็นใหญ่สูงสุดในสังฆมณฑล เรียกเต็มว่า สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เรียกย่อว่า สมเด็จพระสังฆราช นอกจากนี้ สังฆราช ยังมีอีกความหมายหนึ่งเป็นชื่อตำแหน่งพระมหาเถระผู้ใหญ่สูงสุดเช่นนั้น โดยเรียกว่า ตำแหน่งสังฆราช หรือ ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

การวางรูปแบบการปกครองคณะสงฆ์ของไทย
แบบแผนการปกครองคณะสงฆ์ของไทย เริ่มจัดวางหลักตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีการพัฒนาเพิ่มเติมใน สมัยกรุงศรีอยุธยาและต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยมาตามลำดับ จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ฯ การปกครองคณะสงฆ์ก็ยังจัดโดยมีตำแหน่งเปรียบเทียบดังนี้
  • สกลสังฆปริณายก ได้แก่ สมเด็จพระสังฆราช 
  • มหาสังฆนายก ได้แก่ เจ้าคณะใหญ่ 
  • สังฆนายก ได้แก่ เจ้าคณะรอง 
  • มหาสังฆปาโมกข์ ได้แก่ เจ้าคณะมณฑล 
  • สังฆปาโมกข์ ได้แก่ เจ้าคณะจังหวัดที่เป็นพระราชาคณะ 
  • สังฆวาห ได้แก่ เจ้าคณะจังหวัดที่เป็นพระครู

ข่าวสารพระสังฆราช



สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระโอวาทวิสาขบูชา 2555 ทรงแนะคนไทยปฏิบัติให้ถึงแก่นพระพุทธศาสนา ศีล สมาธิ ปัญญา ถือว่าได้ร่วมเฉลิมฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ ด้านรัฐบาลจัดพุทธชยันตียิ่งใหญ่ ชวนคนไทยร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาทั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง-พระราชินี

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันวิสาขบูชา 2555 ความว่า วันวิสาขบูชา อันเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญในพระพุทธศาสนาได้เวียนมาถึงอีกวาระหนึ่ง ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช 2555 และสำหรับในปีนี้ นับเป็นอภิลักขิตกาลพิเศษ คือ เป็นที่ครบ 26 พุทธศตวรรษ หรือ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หรือ 2,600 ปีแห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนา คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น เมื่อกล่าวโดยย่นย่อ ก็คือ สอนให้รู้ถึงความจริงของชีวิต คือ เรื่องทุกข์อันเป็นธรรมชาติของชีวิต และความดับทุกข์ อันเป็นเป้าหมายหรือผลอันพึงประสงค์ของชีวิต เมื่อกล่าวโดยหลักกว้างๆ ก็คือ สอนให้เว้นชั่ว ทำดี ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ และเมื่อกล่าวโดยหลักปฏิบัติ ก็คือ สอนให้ปฏิบัติในศีล ปฏิบัติในสมาธิ ปฏิบัติในปัญญา ทั้งนี้ ก็เพื่อผลคือประโยชน์สุขของพหูชน หรือเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกทั้งมวล

ฉะนั้น เนื่องในอภิลักขิตกาลครบ 26 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งได้มีการเฉลิมฉลองกันทั่วไป จึงใคร่ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รำลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ได้ทรงพระกรุณาสั่งสอนไว้ดังกล่าวข้างต้น น้อมนำเข้ามาศึกษาและปฏิบัติกันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งแนะนำเผยแผ่ไปยังชาวโลกให้กว้างขวางยิ่งๆ ขึ้น เพื่อศานติสุขของมวลมนุษยชาติตลอดไป ก็จะได้ชื่อว่าได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง 26 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศล อำนวยให้ทุกท่านเจริญด้วยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน

ที่มา :
Wikipedia
Manager.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

หลวงพ่อสาคร ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม

หลวงพ่อสาคร มนุญโญ วัดหนองกรับ จ.ระยอง หรือ พระครูมนูญธรรมวัตร ศิษย์เอกผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงปู่ทิม อิสริโก หลวงพ่อสาครเป็นผู้ฝักใฝ่ในด้านเวทย์มนต์คาถาอาคม และวิชาแพทย์แผนโบราณมาตั้งแต่เด็กๆ นามเดิมว่า สาคร ไพสาลี


หลวงพ่อสาคร เจิมวัตถุมงคล พระยอดขุนพลบ้านค่าย

หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากบรรดาเกจิอาจารย์ต่างๆอีกหลายองค์ อาทิ

  1. ได้เดินทางไปศึกษากับอาจารย์เชียงคำ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า
  2. ศึกษากับอาจารย์สิน วัดนาวัง อ.บางละมุง ชลบุรี
  3. เดินทางไปศึกษากับอาจารย์สุพจน์ ที่ประเทศเขมร
  4. ศึกษากับพระอาจารย์สุมล คำเสียง ที่จังหวัดศรีษะเกษ
  5. ศึกษากับหลวงพ่อบุญเย็น วัดแจ้งนอก จ.นครราชสีมา
  6. ศึกษากับหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
  7. ศึกษากับหลวงพ่ออาคม วัดดาวนิมิตร จ.เพชรบูรณ์
  8. ศึกษากับหลวงพ่อบึม วัดปราสาทกิน จ.ปราจีนบุรี
หลวงพ่อสาคร ยังได้ศึกษากับพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านไสยเวทย์ต่างๆอีกหลายท่านทั้งพระภิกษุและฆราวาส ในปีพ.ศ. 2508 พระครูเกลี้ยงธรรมถีโยเจ้าอาวาส ลำดับที่ 9 วัดหนองกรับได้มรณภาพลง ชาวบ้านหนองกรับได้เดินทางไปหา หลวงปู่ทิม ที่วัดละหารไร่เพื่ออาราธนาหลวงพ่อสาคร มนูญโญ ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกรับ หลวงปู่ทิมได้อนุญาต หลวงพ่อสาคร จึงมาเป็นเจ้าอาวาส วัดหนองกรับ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถึงแม้ว่า หลวงพ่อสาคร ท่านจะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกรับก็มิได้ทอดทิ้ง หลวงปู่ทิม ผู้เป็นอาจารย์ยังคงเดินทางไปกราบนมัสการดูแลหลวงปู่อยู่เสมอจนกระทั่งหลวงปู่ทิมได้มรณภาพลง ในปี 2518 หลวงพ่อสาคร ก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการจัดบำเพ็ญกุศลศพ หลวงปู่ทิม อย่างเต็มที่สมกับที่เป็นศิษย์ก้นกุฏิอย่างแท้จริง จนบรรดาลูกศิษย์ลูกหาอื่นๆของหลวงปู่ทิมกล่าวยกย่องชมเชย หลวงพ่อสาคร กันทั่ว

หลวงพ่อสาครนอกจาก จะสนใจศึกษาวิชาอาคมต่างๆแล้วท่านก็มิได้ทอดทิ้งในด้านการศึกษาพระธรรมวินัย และเมื่อรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองกรับซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200ปีและเคยถูกไฟไหม้เผากุฏิเสนา สงฆ์จนวอดวายท่านก็มิได้ดูดายเมื่อมาเป็นเจ้าอาวาสก็ได้บูรณะและสร้างเสนาสนะใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ภิกษุสงฆ์ สามเณรและพุทธศาสนิกชนได้ใช้ปฏิบัติศาสนกิจต่อไปด้วย

วัตถุมงคล หลวงพ่อสาครที่เป็นที่สนใจก็ได้แก่ พระยอดขุนพลบ้านค่าย, ตะกรุดมหาโจร, ขุนแผนผงพราย, เหรียญเสมาครบ 6 รอบ เป็นต้น

หลวงพ่อสาคร ยอดขุนพลบ้านค่าย เนื้อสำริด


วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วัดปทุมคงคา

วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร หรือ วัดสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงดำริให้ซ่องแซมใหม่ทั้งวัด เนื่องจากขณะนั้นวัดชำรุดทรุดโทรมมาก วัดแห่งนี้ยังมีหลักฐานปรากฏในพระราชพงศาวดารสมัยรัชกาลที่ 3 ว่าเป็นสถานที่ประหารนักโทษในช่วงต้นๆ กรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวได้ว่าวัดปทุมคงคาฯ เป็นที่แรกใน กรุงเทพมหานครที่เป็นลานประหารชีวิต


ปัจจุบันมีแท่นหินประการกบฏ ซึ่งใช้สำเร็จโทษพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไกรสร กรมหลวงรักษ์รณเรศด้วยท่อนจันทน์ เมื่อปี 2391 เพราะถูกหาว่าเป็นกบฏบ้านเมือง หลังหมดยุครัชกาลที่ 3 วัดปทุมคงคาฯ เริ่มพ้นจากวังเวง รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาพิศาลศุภผลลงมือบูรณะใหม่ทั้งวัด ยกพระพุทธรูปในอุโบสถให้สูงขึ้น สร้างเป็นพระทรงเครื่องต้นอย่างกษัตริย์ ที่พระนลาฏฝังเพชรแล้วต่อชุกชีออกมาทำเป็นเทวรูปถือพุ่มฉัตรดอกไม้เงิน เพราะวัดนี้เป็นวัดของสมเด็จกรมพระราชวังบวรสุรมหาสิงหนาทสร้างถวายสมเด็จพระบรมไนยิกาธิราชเจ้า

พระพุทธมหาชนก
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธมหาชนก พระนามพระราชทานจากรัชกาลที่ 9 ทั้งยังมีพระเจดีย์โบราณ พระวิหารคด พระพุทธบาทจำลอง พระปรางค์ 8 องค์ และมีภาพเขียนฝาผนังผีมือช่างชุดเดียวกับที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ

"พระพุทธมหาชนก" เป็นพระพุทธรูปประธาน ที่มีชาวบ้านในย่านสำเพ็งและเยาวราช เข้ามากราบนมัสการเพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่เป็นประจำ โดยพระพุทธมหาชนก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่อง ขัดสมาธิราบ วัสดุโลหะลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 2.2 เมตร ส่วนสูงถึงยอดพระเกตุมาลา 3 เมตร